เปิดร้านกาแฟควรใช้เครื่องทำน้ำแข็งกี่กิโลต่อวัน?

7 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เปิดร้านกาแฟควรใช้เครื่องทำน้ำแข็งกี่กิโลต่อวัน?

เปิดร้านกาแฟเล็ก ๆ ควรซื้อเครื่องทำน้ำแข็งกี่กิโลต่อวัน? เลือกอย่างไรให้เหมาะกับร้าน


การเปิดร้านกาแฟไม่ได้มีเพียงการเลือกเมล็ดกาแฟ เครื่องชง หรือสูตรเครื่องดื่มเท่านั้น แต่ยังมีอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลต่อการทำงานของร้านในแต่ละวัน นั่นคือ เครื่องทำน้ำแข็งสำหรับร้านกาแฟ

ไม่ว่าจะเป็นกาแฟเย็น ชาไทย ชาเขียว โกโก้ หรือเมนูเครื่องดื่มอื่น ๆ น้ำแข็งเป็นส่วนประกอบที่ร้านต้องเตรียมให้เพียงพอต่อจำนวนลูกค้า หากเตรียมน้อยเกินไปก็อาจเกิดปัญหาน้ำแข็งไม่เพียงพอในช่วงเวลาที่ลูกค้าเยอะ แต่หากเลือกเครื่องที่มีกำลังการผลิตสูงเกินความจำเป็น ก็อาจทำให้ต้องลงทุนมากกว่าที่ร้านต้องการ

แล้วถ้ากำลังวางแผนเปิดร้านกาแฟขนาดเล็ก ควรเลือกเครื่องทำน้ำแข็งกำลังการผลิตกี่กิโลกรัมต่อวัน? บทความนี้จะพาไปดูวิธีคำนวณปริมาณน้ำแข็ง พร้อมแนวทางเลือกเครื่องทำน้ำแข็งให้เหมาะกับการใช้งานจริง

1. ร้านกาแฟใช้น้ำแข็งวันละกี่กิโลกรัม?
ก่อนเลือกซื้อเครื่องทำน้ำแข็งร้านกาแฟ สิ่งแรกที่ควรพิจารณาคือจำนวนแก้วที่ขายได้ต่อวัน และปริมาณน้ำแข็งที่ใช้ต่อเครื่องดื่มหนึ่งแก้ว

โดยทั่วไป ร้านกาแฟที่เน้นขายเครื่องดื่มเย็นจะมีความต้องการใช้น้ำแข็งแตกต่างกันตามขนาดแก้ว สูตรเครื่องดื่ม ปริมาณน้ำแข็งที่ใส่ และสัดส่วนเมนูร้อนกับเมนูเย็น

ตัวอย่างการคำนวณปริมาณน้ำแข็งที่ร้านต้องใช้ต่อวัน

จำนวนแก้วต่อวันน้ำแข็งเฉลี่ยต่อแก้วปริมาณน้ำแข็งที่ต้องใช้
30 แก้ว150 กรัม4.5 กก./วัน
80 แก้ว150 กรัม12 กก./วัน
100 แก้ว150 กรัม15 กก./วัน
150 แก้ว150 กรัม22.5 กก./วัน
200 แก้ว150 กรัม30 กก./วัน


หมายเหตุ: ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างเพื่อใช้คำนวณเบื้องต้น โดยสมมติว่าเครื่องดื่มทุกแก้วใช้น้ำแข็งเฉลี่ย 150 กรัม และยังไม่รวมการใช้น้ำแข็งสำหรับวัตถุประสงค์อื่นหรือการสูญเสียระหว่างวัน

จากตัวอย่างจะเห็นว่า หากร้านขายเครื่องดื่มประมาณ 100 แก้วต่อวัน และใช้น้ำแข็งเฉลี่ยแก้วละ 150 กรัม จะต้องเตรียมน้ำแข็งประมาณ 15 กิโลกรัมต่อวัน

อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำแข็งที่ใช้จริงอาจแตกต่างกันมากตามรูปแบบการขาย ดังนั้น ก่อนเลือกเครื่องทำน้ำแข็ง ควรสำรวจยอดขายที่คาดการณ์ไว้และลักษณะการใช้งานของร้านควบคู่กัน

2. วิธีเลือกเครื่องทำน้ำแข็งให้เหมาะกับขนาดร้านกาแฟ
เมื่อทราบปริมาณน้ำแข็งที่ต้องใช้ในแต่ละวันแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกกำลังการผลิตของเครื่องทำน้ำแข็งให้เหมาะสม

สำหรับร้านกาแฟที่กำลังเริ่มต้นธุรกิจ สามารถใช้แนวทางต่อไปนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการพิจารณาได้

ร้านกาแฟขนาดเล็ก ขายประมาณ 30–50 แก้วต่อวัน
ร้านกาแฟขนาดเล็กที่มีเมนูไม่ซับซ้อนและมียอดขายต่อวันไม่สูงมาก อาจมีความต้องการใช้น้ำแข็งไม่มากนัก

สิ่งที่ควรพิจารณาคือปริมาณน้ำแข็งที่ต้องใช้จริงในแต่ละวัน รวมถึงความสะดวกในการเก็บน้ำแข็งและพื้นที่ติดตั้งเครื่อง

หากร้านมีแผนขยายยอดขายในอนาคต ก็ควรเผื่อกำลังการผลิตไว้ด้วย เพื่อไม่ให้เครื่องมีขนาดเล็กเกินไปเมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น

ร้านกาแฟขนาดกลาง ขายประมาณ 80–150 แก้วต่อวัน
ร้านที่มีลูกค้าสม่ำเสมอ หรืออยู่ในทำเลที่มีคนเดินผ่านจำนวนมาก ควรให้ความสำคัญกับกำลังการผลิตและความต่อเนื่องในการมีน้ำแข็งพร้อมใช้งาน

ตัวอย่างเช่น หากร้านขายเครื่องดื่ม 150 แก้วต่อวัน และใช้น้ำแข็งเฉลี่ยแก้วละ 150 กรัม จะต้องใช้น้ำแข็งประมาณ 22.5 กิโลกรัมต่อวัน

การเลือกเครื่องจึงควรพิจารณาทั้งปริมาณน้ำแข็งที่ต้องใช้จริง ช่วงเวลาที่ลูกค้าเข้าร้านมากที่สุด และปริมาณน้ำแข็งที่สามารถเก็บสำรองไว้ได้

ร้านกาแฟที่มียอดขายสูง หรือมีเมนูน้ำแข็งหลากหลาย
สำหรับร้านที่ขายเครื่องดื่มได้จำนวนมาก มีเมนูปั่น หรือมีการใช้น้ำแข็งในส่วนอื่นของร้าน ควรประเมินความต้องการใช้น้ำแข็งทั้งหมดก่อนตัดสินใจ

หากร้านมีช่วงเวลาที่ลูกค้าเข้ามาพร้อมกันจำนวนมาก การมีน้ำแข็งสำรองอย่างเพียงพอจะช่วยให้การทำงานสะดวกขึ้น

นอกจากนี้ หากมีแผนเปิดหลายสาขา หรือคาดว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นในอนาคต การเลือกเครื่องที่มีกำลังการผลิตเหมาะสมกับแผนธุรกิจก็เป็นสิ่งที่ควรพิจารณาเช่นกัน

ข้อควรรู้: จำนวนแก้วที่ขายได้ไม่ใช่ปัจจัยเดียวในการเลือกเครื่องทำน้ำแข็ง ควรพิจารณาปริมาณน้ำแข็งต่อแก้ว จำนวนชั่วโมงที่เปิดร้าน และช่วงเวลาที่ต้องใช้น้ำแข็งมากที่สุดร่วมด้วย

3. แนะนำเครื่องทำน้ำแข็ง ESUN สำหรับร้านกาแฟ
สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังมองหาเครื่องทำน้ำแข็งเชิงพาณิชย์ การเลือกเครื่องที่มีกำลังการผลิตเหมาะสมกับความต้องการใช้งานจะช่วยให้วางแผนการจัดการน้ำแข็งในแต่ละวันได้ง่ายขึ้น

ESUN มีเครื่องทำน้ำแข็งหลายรุ่นที่สามารถนำมาพิจารณาให้เหมาะกับขนาดและลักษณะการใช้งานของธุรกิจได้

ESUN EIM-45C — กำลังการผลิตประมาณ 45 กิโลกรัมต่อวัน
เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเครื่องทำน้ำแข็งเชิงพาณิชย์สำหรับร้านกาแฟหรือร้านเครื่องดื่ม โดยควรพิจารณาความต้องการใช้น้ำแข็งจริงของร้านประกอบการเลือก

กำลังการผลิตประมาณ 45 กก./วัน
ผลิตน้ำแข็งทรงสี่เหลี่ยม Full Cube
เหมาะสำหรับร้านที่ต้องการวางแผนผลิตน้ำแข็งใช้เอง
เป็นอีกทางเลือกสำหรับร้านที่ต้องการลดการพึ่งพาการซื้อน้ำแข็งจากภายนอก

ESUN EIM-65C — กำลังการผลิตประมาณ 60–65 กิโลกรัมต่อวัน
สำหรับร้านที่คาดว่าจะมีความต้องการใช้น้ำแข็งมากขึ้น หรืออยากเผื่อกำลังการผลิตไว้รองรับยอดขายในอนาคต สามารถพิจารณารุ่น EIM-65C ได้

กำลังการผลิตประมาณ 60–65 กก./วัน
ผลิตน้ำแข็งทรงสี่เหลี่ยม Full Cube
เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการกำลังการผลิตมากกว่ารุ่นเริ่มต้น

ESUN EIM-120C — กำลังการผลิตประมาณ 120 กิโลกรัมต่อวัน
สำหรับร้านกาแฟขนาดใหญ่ ร้านเครื่องดื่มที่มีลูกค้าจำนวนมาก หรือธุรกิจที่ต้องใช้น้ำแข็งในหลายส่วนของร้าน EIM-120C เป็นอีกทางเลือกที่ควรนำมาพิจารณา

กำลังการผลิตประมาณ 120 กก./วัน
ผลิตน้ำแข็งทรงสี่เหลี่ยม Full Cube
เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีความต้องการใช้น้ำแข็งในปริมาณมากขึ้น
ทั้งสามรุ่นควรเลือกตามความต้องการใช้งานจริง ไม่จำเป็นต้องเลือกเครื่องที่มีกำลังการผลิตสูงที่สุดเสมอไป เพราะเป้าหมายสำคัญคือการมีน้ำแข็งเพียงพอ โดยไม่ลงทุนเกินความจำเป็น

หมายเหตุ: กำลังการผลิตจริงอาจแตกต่างจากตัวเลขที่ระบุ ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิแวดล้อม อุณหภูมิน้ำ และเงื่อนไขการทำงานของเครื่อง ควรตรวจสอบรายละเอียดสเปกของแต่ละรุ่นก่อนตัดสินใจ

4. เลือกเครื่องทำน้ำแข็ง Full Cube ดีอย่างไรสำหรับร้านกาแฟ?
นอกจากกำลังการผลิตแล้ว รูปทรงของน้ำแข็งก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ควรพิจารณา โดยเฉพาะร้านกาแฟที่ต้องการควบคุมมาตรฐานการเสิร์ฟเครื่องดื่มให้สม่ำเสมอ

เครื่องทำน้ำแข็ง ESUN รุ่นที่กล่าวถึงในบทความนี้ผลิตน้ำแข็งทรงสี่เหลี่ยมแบบ Full Cube ซึ่งสามารถนำไปใช้กับเมนูเครื่องดื่มเย็นได้หลากหลาย เช่น

- กาแฟเย็น
- อเมริกาโน่เย็น
- ชาไทยและชาเขียว
- โกโก้เย็น
- เมนูโซดาและเครื่องดื่มเย็นอื่น ๆ
อย่างไรก็ตาม ความเหมาะสมของน้ำแข็งขึ้นอยู่กับสูตรเครื่องดื่ม ขนาดแก้ว และลักษณะการเสิร์ฟของแต่ละร้านด้วย

การเลือกชนิดน้ำแข็งให้ตรงกับเมนูจึงช่วยให้ร้านวางแผนการใช้งานได้เหมาะสมยิ่งขึ้น

5. ซื้อเครื่องทำน้ำแข็งเอง คุ้มกว่าการซื้อน้ำแข็งจากภายนอกหรือไม่?
อีกหนึ่งคำถามที่เจ้าของร้านกาแฟมักพิจารณาคือ การซื้อเครื่องทำน้ำแข็งมาใช้เองจะช่วยลดต้นทุนได้หรือไม่

คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำแข็งที่ใช้ต่อวัน ต้นทุนการจัดซื้อน้ำแข็ง และค่าใช้จ่ายในการใช้งานเครื่อง

หากร้านซื้อน้ำแข็งจากภายนอกเป็นประจำ ควรเริ่มจากการคำนวณค่าใช้จ่ายต่อวันและต่อเดือนก่อน

ตัวอย่างการคำนวณ

สมมติว่าร้านใช้น้ำแข็งวันละ 20 กิโลกรัม และซื้อน้ำแข็งในราคา 3 บาทต่อกิโลกรัม

ค่าใช้จ่ายต่อวัน = 20 × 3 = 60 บาท
ค่าใช้จ่ายต่อเดือน (30 วัน) = 60 × 30 = 1,800 บาท
ค่าใช้จ่ายต่อปี = 1,800 × 12 = 21,600 บาท
ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างสมมติ ไม่ใช่ราคาน้ำแข็งมาตรฐานของตลาด

หากต้องการเปรียบเทียบกับการใช้เครื่องทำน้ำแข็งเอง ต้องนำค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าทำความสะอาด ค่าบำรุงรักษา และต้นทุนการลงทุนหรือค่าเช่าเครื่องมาพิจารณาด้วย

นอกจากนี้ ควรคำนึงถึงความสะดวกในการจัดหาน้ำแข็งและพื้นที่เก็บรักษา เพื่อประเมินว่าทางเลือกใดเหมาะกับรูปแบบธุรกิจของร้านมากที่สุด

6. ก่อนซื้อเครื่องทำน้ำแข็งร้านกาแฟ ควรตรวจสอบอะไรบ้าง?
เพื่อให้เลือกเครื่องทำน้ำแข็งได้เหมาะกับร้าน ควรตรวจสอบปัจจัยต่อไปนี้ก่อนตัดสินใจ

1. จำนวนแก้วที่ขายได้ต่อวัน
ประเมินยอดขายเฉลี่ยและยอดขายในวันที่มีลูกค้าจำนวนมาก เพื่อให้ทราบปริมาณน้ำแข็งที่ต้องเตรียม

2. ปริมาณน้ำแข็งที่ใช้ต่อแก้ว
เครื่องดื่มแต่ละชนิดใช้ปริมาณน้ำแข็งไม่เท่ากัน ควรคำนวณจากเมนูจริงของร้าน

3. กำลังการผลิตของเครื่อง
ตรวจสอบว่าปริมาณการผลิตเหมาะกับความต้องการใช้น้ำแข็งต่อวันหรือไม่ และควรเผื่อความต้องการในช่วงเวลาที่ลูกค้าเยอะ

4. ความจุถังเก็บน้ำแข็ง
กำลังการผลิตต่อวันกับความจุถังเก็บเป็นคนละเรื่องกัน ควรตรวจสอบว่าถังเก็บมีพื้นที่เพียงพอสำหรับช่วงที่ร้านต้องใช้น้ำแข็งมากหรือไม่

5. พื้นที่ติดตั้งและระบบน้ำ
ตรวจสอบขนาดพื้นที่ ระบบระบายน้ำ แหล่งน้ำ และการระบายความร้อนให้เหมาะสมกับเครื่องรุ่นที่เลือก

6. การทำความสะอาดและบริการหลังการขาย
ควรพิจารณาความสะดวกในการบำรุงรักษา ความพร้อมของอะไหล่ และช่องทางติดต่อเมื่อเครื่องมีปัญหา

การพิจารณาองค์ประกอบทั้งหมดนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการเลือกรุ่นเครื่องได้เหมาะสมกว่าอาศัยกำลังการผลิตต่อวันเพียงอย่างเดียว

สรุป: เปิดร้านกาแฟควรเลือกเครื่องทำน้ำแข็งกี่กิโลต่อวัน?
การเลือกเครื่องทำน้ำแข็งสำหรับร้านกาแฟควรเริ่มจากการคำนวณจำนวนแก้วที่ขายได้ต่อวัน และปริมาณน้ำแข็งที่ใช้จริงต่อแก้ว จากนั้นจึงเลือกเครื่องที่มีกำลังการผลิตเหมาะสม พร้อมพิจารณาความจุถังเก็บน้ำแข็งและช่วงเวลาที่ร้านมีความต้องการใช้น้ำแข็งสูง

สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังมองหาเครื่องทำน้ำแข็งเชิงพาณิชย์ ESUN มีตัวเลือกตั้งแต่ EIM-45C ที่มีกำลังการผลิตประมาณ 45 กก./วัน, EIM-65C ที่ประมาณ 60–65 กก./วัน ไปจนถึง EIM-120C ที่ประมาณ 120 กก./วัน ซึ่งสามารถนำมาเปรียบเทียบตามลักษณะการใช้งานของแต่ละร้านได้

หากยังไม่แน่ใจว่าร้านของคุณเหมาะกับเครื่องทำน้ำแข็งรุ่นไหน ควรประเมินจำนวนแก้วต่อวัน ปริมาณน้ำแข็งที่ใช้ และพื้นที่ติดตั้งก่อน เพื่อให้เลือกเครื่องได้ตรงกับความต้องการและวางแผนต้นทุนได้อย่างเหมาะสม

ESUN พร้อมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการที่กำลังมองหาเครื่องทำน้ำแข็งสำหรับร้านกาแฟและธุรกิจเครื่องดื่ม สามารถสอบถามข้อมูลรุ่นเครื่องและรายละเอียดบริการเพิ่มเติม เพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกเครื่องให้เหมาะกับร้านของคุณ


Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  และ